มนุษย์เงินเดือนออมเงินยังไง? · สูตรแบ่งเงินเดือน 15,000 - 30,000 ให้เหลือเก็บทุกเดือน
ปัญหาใหญ่ของมนุษย์เงินเดือนชาวไทยในปัจจุบันคือ "เงินเดือนชนเดือน" พอเงินเดือนออกปุ๊บก็ต้องโอนจ่ายค่าหอพัก ชำระหนี้บัตรเครดิต ค่าเดินทาง ค่ากิน จนหันมาดูบัญชีอีกทีตอนกลางเดือนก็เริ่มตึงมือแล้ว ปัญหานี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเงินเดือนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "การขาดการวางแผนจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน"
แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แม้จะมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 - 30,000 บาท คุณก็สามารถมีเงินเก็บหลักหมื่นหลักแสนและสร้างอิสรภาพการเงินในระดับเริ่มต้นได้
บทความนี้สรุปสูตรจัดสรรงบการเงินยอดนิยม และวิธีการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงของคนทำงานออฟฟิศครับ
💡 TL;DR
- ใช้สูตรแบ่งเงินเดือนยอดนิยม 50/30/20 หรือปรับเป็น 60/20/20 ตามความเหมาะสมของภาระทางบ้าน
- ห้ามรอกระแสเงินเหลือเพื่อออมเด็ดขาด ให้ใช้เทคนิค Auto-Saving โอนเงินเก็บเข้าบัญชีแยกทันทีที่เงินเดือนออก
- ใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างมีสติ เพื่อรับสิทธิประโยชน์และแคชแบ็ก แต่ห้ามใช้เงินเกินงบเด็ดขาด
- จดรายจ่ายในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็วด้วย TangJai (LINE Bot) ช่วยวิเคราะห์สลิปและเตือนสติให้อยู่ในงบ
1. 2 สูตรบริหารเงินเดือนยอดนิยมสำหรับคนทำงานประจำ
การบริหารเงินเดือนให้มีเหลือเก็บ ควรแบ่งประเภทเงินออกเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม:
สูตรที่ 1: กฎ 50/30/20 (สูตรมาตรฐานสากล)
- 50% - Needs (ค่าใช้จ่ายจำเป็น): ค่าหอ ค่าผ่อนบ้าน/คอนโด/รถ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าอาหารหลัก
- 30% - Wants (ความสุขส่วนตัว): ค่าปาร์ตี้ ช้อปปิ้งออนไลน์ กาแฟคาเฟ่บุฟเฟต์วันหยุด สมาชิกบริการบันเทิงต่างๆ
- 20% - Savings (เงินออมและลงทุน): กองทุนฉุกเฉิน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี หรือเงินสะสมในบัญชีฝากประจำ
สูตรที่ 2: กฎ 60/20/20 (สูตรสำหรับคนมีภาระสูง หรืออยู่ในเมืองใหญ่)
สำหรับผู้ที่เริ่มทำงานในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ที่มีค่าครองชีพหรือค่าเดินทางค่อนข้างสูง หรือมีภาระต้องโอนเงินกลับบ้าน สามารถปรับเปลี่ยนงบค่าใช้จ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้นเป็น 60% และลดงบความบันเทิงส่วนตัวลงเหลือ 20% เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นจริง โดยยังรักษาเป้าหมายเงินออมไว้ที่ 20% เท่าเดิม
2. ตัวอย่างการแบ่งเงินเดือนตามระดับรายได้จริง
ลองมาดูการจำลองสัดส่วนตามสูตร 50/30/20 ของคนทำงานจริง:
| ระดับเงินเดือน | ค่าใช้จ่ายจำเป็น (50%) | รางวัลชีวิต (30%) | เงินออมสะสม (20%) |
|---|---|---|---|
| 15,000 บาท | 7,500 บาท | 4,500 บาท | 3,000 บาท |
| 20,000 บาท | 10,000 บาท | 6,000 บาท | 4,000 บาท |
| 30,000 บาท | 15,000 บาท | 9,000 บาท | 6,000 บาท |
เคล็ดลับ: หากเริ่มออมที่ 20% รู้สึกอึดอัดเกินไป ให้ปรับเริ่มต้นที่ 5% หรือ 10% ก่อน แล้วค่อยขยับเพิ่มขึ้นเมื่อรายได้โตขึ้น
3. 3 วิธีบริหารเงินเดือนของมนุษย์ออฟฟิศให้เหลือเก็บชัวร์ๆ
1. ล็อคเงินเก็บทันที (Pay Yourself First)
ทันทีที่แจ้งเตือนเงินเดือนเข้าโทรศัพท์ ให้โอนเงิน 20% เข้าบัญชีออมเงินแยกต่างหากทันที หรือตั้งค่าโอนอัตโนมัติในแอปพลิเคชันธนาคารในวันที่เงินเดือนออก เพื่อความชัวร์และตัดปัญหาข้ออ้างไม่มีเงินเก็บ
2. ใช้บัตรเครดิตให้เป็นทางผ่านของการจ่ายเงิน ไม่ใช่การกู้เงิน
บัตรเครดิตไม่ใช่เงินในอนาคต แต่คือเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการชำระเงิน ทุกครั้งที่ใช้รูดบัตร ให้โอนเงินสดจำนวนเท่ากันจากบัญชีหลักเข้าบัญชีสำรองเพื่อชำระหนี้ทันที วิธีนี้ช่วยให้คุณได้รับคะแนนสะสมและเงินคืน (Cashback) โดยไม่มีหนี้สินดอกเบี้ยสูงรบกวน
3. บันทึกรายจ่ายทุกวันเพื่อควบคุมงบประมาณ
รูรั่วทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดคือ "รายจ่ายยิบย่อย" ที่เราลืม เช่น ค่าจัดส่งเดลิเวอรี่ ค่าชานมไข่มุก หรือค่าส่วนลดช้อปปิ้งออนไลน์ การจดบันทึกรายจ่ายจะช่วยสะท้อนภาพจริงและคอยดึงสติไม่ให้ใช้เงินเกินงบที่ตั้งไว้
💡 จดรายจ่ายง่ายๆ ใน 5 วินาทีผ่าน LINE
มนุษย์ออฟฟิศหลายคนไม่มีเวลามานั่งกรอกข้อมูลรายจ่ายลงแอปการเงินทั่วไป ลองหันมาส่งสลิปโอนเงินเข้า LINE TangJai บอทผู้ช่วยการเงินอัจฉริยะที่จะช่วยอ่านสลิปและคัดหมวดหมู่บันทึกรายจ่ายให้คุณเรียบร้อยทันที ช่วยให้คุณบริหารจัดการเงินเดือนได้ง่ายขึ้น และเตือนสติคุณว่าเดือนนี้ใช้โควตาเงินกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว!
บทสรุป
การออมเงินของมนุษย์เงินเดือนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณหาเงินได้มากเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ว่าคุณ "จัดสรรระบบการเก็บเงินได้ดีแค่ไหน" เริ่มต้นก้าวแรกด้วยการแบ่งสัดส่วนเงินเก็บอย่างชัดเจน และบันทึกรายจ่ายเป็นประจำ วินัยเล็กๆ ในวันนี้จะช่วยสร้างรากฐานการเงินที่มั่นคงให้คุณในระยะยาวอย่างแน่นอน



